ข่าวน่าสนใจ
การเจรจาข้อตกลงเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจในการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป

เมื่อวันที่ 29-30 มิถุนายน 2560 ประเทศไทยและสหภาพยุโรป (European Union – EU) ได้เจรจาการจัดทำข้อตกลงเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (Voluntary Partnership Agreement – VPA) ในการบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้า (Forest Law Enforcement, Governance and Trade – FLEGT) ระหว่างประเทศไทยกับ EU ครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพฯ โดยมีนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายไทย และนาย Jorge Rodriguez Romero ตำแหน่ง Acting Head of Unit, Global Multilateral Cooperation จาก DG Environment ของคณะกรรมาธิการยุโรป เป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่าย EU

การเจรจาครั้งนี้มีประเด็นหารือที่สำคัญประกอบด้วยการพัฒนาด้านการกฎหมายด้านการจัดการป่าไม้ การนิยามความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ (Legality Definition – LD) ขอบเขตผลิตภัณฑ์ (Product Scope – PS) กลไกการตรวจสอบ (Verification Mechanisms – VM) และระบบการประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้และผลิตภัณฑ์จากไม้ (Timber Legality Assurance System – TLAS) เป็นต้น  ทั้งนี้    ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า กระบวนการการเจรจาและการดำเนินการในการทำข้อตกลง VPA เป็นกระบวนการที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องร่วมกันดำเนินการต่อไปในระยะยาว และคาดว่า จะมีการจัดการเจรจาฯ ระหว่างประเทศไทยกับ EU ครั้งถัดไป ในปี 2561


การทำข้อตกลงการเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (VPA) จะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างประเทศไทยกับ EU รวมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน โดยประเทศไทยได้พยายามพัฒนาระบบด้านเอกสารและการตรวจพิสูจน์ความถูกต้องของผลิตภัณฑ์ไม้ที่ส่งออกไปยัง EU รวมทั้งให้ความสำคัญกับประเด็นเรื่องความโปร่งใส และการตรวจสอบอย่างอิสระ ทั้งนี้ หาก VPA สำเร็จจนประเทศไทยได้รับสิทธิในการออกใบอนุญาต (FLEGT License) เพื่อรับรองการส่งออกสินค้าไม้ ก็จะช่วยให้ผู้ส่งออกสินค้าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ของประเทศไทยสามารถส่งสินค้าไปยัง EU ได้สะดวกมากขึ้น

 

ข้อมูลภูมิหลังเกี่ยวกับ FLEGT-VPA

1.การบังคับใช้กฎหมายป่าไม้ ธรรมาภิบาล และการค้า (Forest Law Enforcement, Governance and Trade – FLEGT) เป็นมาตรการของ EU ที่ริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2546 เพื่อขจัดปัญหาการทำไม้ผิดกฎหมาย และการค้าไม้และผลิตภัณฑ์ไม้จากไม้ที่ผิดกฎหมาย

2.กฎระเบียบการค้าและผลิตภัณฑ์ไม้ของ EU จากมาตรการ FLEGT ทำให้ EU ออกกฎระเบียบการค้าและผลิตภัณฑ์ไม้ของ EU (EU Timber Regulation – EUTR) ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อ 3 มี.ค. 2556 โดย EUTR ระบุให้ผู้ส่งออกไม้ไปยังตลาด EU จะต้องผ่านมาตรฐานใน 2 ช่องทางคือ (1) Due Diligence System (DDS) ซึ่งเป็นการสอบทานเอกสารที่แสดงให้เห็นถึงที่มาของไม้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และ (2) ข้อตกลงเป็นหุ้นส่วนด้วยความสมัครใจ (Voluntary Partnership Agreement – VPA) ซึ่งเป็นข้อตกลงทางการค้าระหว่าง EU กับประเทศผู้ผลิตและส่งออกไม้นอก EU โดยจะมีกระบวนการพัฒนากฎระเบียบและการทำไม้ในประเทศผู้ผลิตให้มีธรรมาภิบาล เพื่อขจัดการทำไม้ที่ผิดกฎหมาย ซึ่ง EU จะให้ข้อมูล FLEGT-VPA แก่ประเทศผู้ผลิตและส่งออกไม้ที่สนใจ โดยประเทศดังกล่าวจะเป็นผู้พิจารณาว่า VPA จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศตนหรือไม่ หากเห็นว่าเป็นประโยชน์ก็สามารถทำหนังสือแสดงความจำนงขอทำ FLEGT-VPA กับ EU ได้

3.ส่วนประกอบสำคัญของ VPA ประกอบไปด้วย 10 ภาคผนวก[1] การมีระบบการรับประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้  (Timber Legality Assurance System – TLAS) ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อพิสูจน์ ติดตาม ตรวจสอบ และออกใบอนุญาตให้กับไม้ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้มั่นใจว่าไม้ที่ส่งออกเป็นไม้ที่ถูกกฎหมาย 

4.ประเทศที่ EU ลงนาม FLEGT-VPA แล้ว ได้แก่ สาธารณรัฐแอฟริกากลาง คองโก กานา อินโดนีเซียและไลบีเรีย ส่วนในภูมิภาคนี้ EU กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับประเทศไทย สปป. ลาว มาเลเซียและเวียดนาม

 

*************



[1] ได้แก่ 1) ขอบเขตผลิตภัณฑ์ 2) นิยามความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ 3) ระบบการรับประกันความถูกต้องตามกฎหมายของไม้ 4) การประเมินผลการรับประกันความถูกต้องของไม้5)การควบคุมการเคลื่อนที่ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ 6) กระบวนการออกใบอนุญาต FLEGT 7) การวัดวามโปร่งใส 8) การตรวจสอบโดยอิสระ 9) กระบวนการนำเข้าของ EU และ 10) กำหนดการการดำเนินการ