ข่าวน่าสนใจ
การลงทุนของจีนในกิจการท่าเรือของกรีซภายใต้โครงการ One Belt One Road

จีนได้วางแผนการลงทุนในกิจการท่าเรือของกรีซซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ One Belt One Road เนื่องจากจีนเห็นว่ากรีซมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เชื่อม 3 ทวีปได้แก่ ยุโรป แอฟริกา และเอเชีย โดยท่าเรือพีเรียของกรีซถือเป็น Logistics Hubs ที่ใกล้ที่สุด ประกอบกับกรีซมีธุรกิจด้านการขนส่งทางเรือเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก อีกทั้งช่วงนั้นปัญหาด้านเศรษฐกิจของกรีซที่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินลงทุนจากต่างประเทศจำนวนมากเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งจีนเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านเงินลงทุนที่เข้มแข็งที่สุด ทำให้การลงทุนจากจีนได้รับความร่วมมือจากกรีซเป็นอย่างดี โดยรัฐบาลจีนได้มอบหมายให้บริษัท Cosco Shipping Group เป็นผู้เข้ามาลงทุนในกิจการคลังเก็บสินค้าที่ท่าเรือพีเรีย (อยู่ทางตอนใต้ของกรุงเอเธนส์) โดยมีเป้าหมายจะให้คลังสินค้าที่ท่าเรือพีเรียเป็นจุดกระจายสินค้าจากจีนเข้ายุโรปต่อไป


ปัจจุบันบริษัท Cosco ถือหุ้นบริหารท่าเรือพีเรีย (Piraeus Port Authority S.A.-PPA) รวมร้อยละ 67 โดยเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ส่งผลให้การบริหารจัดการท่าเรือพีเรียจะเป็นไปตามแนวทางของจีน ซึ่งจะไม่ใช่แค่เรือสินค้าเพื่อส่งสินค้าจากจีนเท่านั้น แต่จะมีเรือสำราญจากจีนแวะจอดที่ท่าเรือพีเรียด้วย ซึ่งเริ่มต้นเมื่อ ต.ค. 2559 แล้ว โดยเป็นไปตามความตกลงว่าด้วยการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกรีซและจีน นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 60 ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยความร่วมมือส่งเสริมการขนส่งทางเรือคอนเทนเนอร์ระหว่างท่าเรือพีเรียและท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะทำให้เกิดความร่วมมือและสร้างโอกาสทางการค้าใหม่ระหว่างกัน


อย่างไรก็ตาม การลงทุนท่าเรือของจีนในกรีซทำให้ประเทศสมาชิก EU บางประเทศอาจไม่พอใจ เนื่องจากเกรงว่าสินค้าจากจีนจะเข้าไปยังตลาดยุโรปได้สะดวกขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องขนส่งผ่านท่าเรือของเนเธอร์แลนด์และเยอรมนี จึงพยายามส่งสัญญาณเตือนกรีซและสมาชิก EU ถึงการขยายอิทธิพลทางการค้าและการเมืองเข้ามาในยุโรปโดยอาศัยข้อตกลงความร่วมมือที่จีนทำไว้กับประเทศต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูงสายเบลเกรด-บูดาเปสต์ ซึ่งเส้นทางรถไฟสายนี้จะใช้เชื่อมต่อกับท่าเรือพีเรียของกรีซในการขนส่งสินค้าเข้ายุโรปกลางและยุโรปตะวันออกภายใต้โครงการ One Belt One Road ของจีน กำลังถูกคณะกรรมาธิการ EU สอบสวนว่าขัดกับกฎหมาย EU ว่าด้วยเรื่องการดำเนินโครงการขนส่งขนาดใหญ่ที่จะต้องเปิดให้มีการประมูลสาธารณะหรือไม่ เนื่องจากพบว่ามีข้อตกลงของจีนและฮังการีที่จะให้บริษัท China Railway International Corporation เป็นผู้ก่อสร้างทางรถไฟ และให้บริษัท Export-Import Bank of China เป็นผู้สนับสนุนด้านเงินทุน โดยฮังการีอ้างว่าเป็นข้อตกลงร่วมมือกันระหว่างรัฐบาลของ 2 ประเทศและเป็นไปตามระเบียบของ EU ทุกประการ ซึ่งหากพบว่าขัดกับกฎหมาย EU แล้ว โครงการ One Belt One Road อาจจะไม่ราบรื่นอย่างที่จีนตั้งความหวังไว้