ข่าวน่าสนใจ
การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 13 ณ กรุงเนปยีดอ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 13 ณ กรุงเนปยีดอ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

เมียนมาในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ระหว่างวันที่ 20-21 พฤศจิกายน 2560 ภายใต้หัวข้อ การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Strengthening Partnership for Peace and Sustainable Development) การประชุมฯ ได้เปิดโอกาสให้ประเทศสมาชิกเอเชีย-ยุโรปหารือร่วมกันในประเด็น (1) การส่งเสริมความร่วมมือเพื่อสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน (Synergizing Peace and Sustainable Development) และ (2) การส่งเสริมพลวัติการดำเนินงานและความเชื่อมโยงของ ASEM ในทศวรรษที่ ๓ (3rd Decade of ASEM: Making ASEM Partnership More Dynamic and Connected)

การประชุมครั้งนี้ มีนางออง ซาน ซู จี (H.E. Daw Aung San Suu Kyi) ที่ปรึกษาแห่งรัฐแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นเจ้าภาพและเป็นประธานการประชุมฯ โดยมีผู้เข้าร่วม ได้แก่ รัฐมนตรีต่างประเทศหรือผู้แทนระดับสูงทั้ง 51 ประเทศจากทวีปเอเชียและทวีปยุโรป รวมทั้งผู้แทนระดับสูงจากสหภาพยุโรปด้านการต่างประเทศและนโยบายความมั่นคง และเลขาธิการอาเซียน

ที่ประชุมได้หารืออย่างกว้างขวางเกี่ยวกับบทบาทของ ASEM ในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน ท่ามกลางการเผชิญกับความท้าทายใหม่ ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัล สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคและระดับโลก รวมถึงพลวัติการขับเคลื่อนความเชื่อมโยงระหว่างเอเชียและยุโรปในสามเสาหลักของ ASEM ได้แก่ เสาหลักด้านการเมือง เสาหลักด้านเศรษฐกิจ และเสาหลักด้านสังคมและวัฒนธรรม

ที่ประชุมได้สนับสนุนวาระการดำเนินการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือในสาขาที่สมาชิก ASEM ให้ความสำคัญ อาทิ การพัฒนาอย่างยั่งยืนภายใต้กรอบ SDGs การส่งเสริมความเชื่อมโยงในทุกมิติ การสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม การอำนวยความสะดวกด้านการค้าการลงทุน การศึกษา การบริหารจัดการภัยพิบัติ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพลังงานทดแทน รวมทั้งความร่วมมือทางทะเล การโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ การต่อต้านการก่อการร้าย และความมั่นคงทางไซเบอร์ เป็นต้น

สำหรับการประชุมในครั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการส่งเสริมสันติภาพและการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเห็นว่า สันติภาพที่ยั่งยืนย่อมมาจากการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนและครอบคลุม และเน้นการเเก้ไขที่ต้นเหตุของปัญหา (root cause) อาทิ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และความไม่เสมอภาค ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดความขัดแย้งและความไม่สงบ นอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและสังคม โดยได้นำเสนอแนวคิดตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่า เป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals – SDGs) และย้ำว่า การพัฒนาให้เกิดความสงบและการพัฒนาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเน้นที่ คนเป็นหลัก หากประชาชนมีชีวิตที่ดี ประเทศจะมั่นคงและมั่งคั่ง

รัฐมนตรีต่างประเทศได้เสนอให้นำหลักของความยั่งยืน (sustainability) มาใช้ทุกมิติของ 3 เสาหลักของ ASEM ทั้งในด้านการเมือง โดยให้เพิ่มช่องทางในการหารือเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้น (more dialogues for more understanding) ด้านเศรษฐกิจ ให้มีการพัฒนาความเชื่อมโยงและการส่งเสริมความร่วมมือในการปรับปรุงระเบียบและกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน (more connectivity and coordination on rule and regulations on trade and investment) และด้านสังคม/วัฒนธรรม ให้ผลักดันแนวทางการเติบโตอย่างสมดุล โดยคำนึงถึงการรักษาสภาพแวดล้อมและสังคม โดยยึดถือประชาชนเป็นหลัก (more balanced growth with environmental and social protection with people-centered)  และรัฐมนตรีต่างประเทศได้เสนอจะจัดการประชุม ASEM Meeting on Sustainable Maritime Environment เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของไทยในการส่งเสริมการแก้ไขปัญหามลพิษทางทะเล และการขยายพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง และแบ่งปันประสบการณ์การแก้ไขปัญหา IUU เพื่อเสริมสร้างความยั่งยืนทางทะเลในระดับภูมิภาค

นอกจากนี้ ในช่วงการประชุม Retreat Session ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นร่วมกันในประเด็นความท้าท้ายระหว่างภูมิภาคและระดับโลก อาทิ สถานการณ์ในรัฐยะไข่ สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ความมั่นคงทางทะเล การโยกย้ายถิ่นฐานแบบผิดปกติ เป็นต้น นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยังได้พบหารือทวิภาคีกับหัวหน้าคณะผู้แทนระดับรัฐมนตรีประเทศสมาชิกอาเซม ได้แก่ สหภาพยุโรป เยอรมนี สหราชอาณาจักร สวีเดน ฮังการี โปรตุเกสและเอสโตเนีย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ความร่วมมือระหว่างกันในกรอบอาเซม และความสัมพันธ์ไทย-สหภาพยุโรป รวมทั้งได้พบปะกับเยาวชนไทยจำนวน 2 ราย ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ Model ASEM (การจำลองสถานการณ์การประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซม) ครั้งที่ 8 ร่วมกับเยาวชนจากประเทศสมาชิกอาเซมอื่น ๆ อีก 51 ประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมคู่ขนานของการประชุมระดับผู้นำและรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซม จัดโดยมูลนิธิเอเชีย-ยุโรป (Asia-Europe Foundation) เป็นประจำทุกปี

การประชุมเอเชีย-ยุโรปเป็นเวทีหารือระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียกับยุโรปในประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายสนใจร่วมกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ ขยายความร่วมมือ และเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างกันโดยครอบคลุม 3 เสาหลัก ได้แก่ (1) การเมือง (2) เศรษฐกิจ (3) สังคม วัฒนธรรม การศึกษาและอื่น ๆ โดยมีการประชุมและกิจกรรมในทุกระดับ ทั้งภาครัฐ ภาคประชาสังคม และภาคเอกชน ทั้งนี้ การประชุมเอเชีย-ยุโรปเป็นกรอบความร่วมมือระดับผู้นำกรอบเดียวระหว่างภูมิภาคเอเชียและยุโรปในขณะนี้ โดยการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศเอเชีย-ยุโรป ครั้งต่อไป ครั้งที่ 14 จะจัดขึ้นที่ประเทศสเปน และสหภาพยุโรปจะเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดเอเชีย-ยุโรป ครั้งต่อไป ครั้งที่ 12 ที่กรุงบรัสเซลส์ในปี 2561

 

--------------------------------------------