ข่าวประชาสัมพันธ์
การจัดการลงประชามติเรื่องสมาชิกภาพของ สอ. ในสหภาพยุโรป : ผลกระทบและนัยยะต่อไทย

การจัดการลงประชามติเรื่องสมาชิกภาพของ สอ. ในสหภาพยุโรป : ผลกระทบและนัยยะต่อไทย


1. Fast Facts                                                                                     

-          สอ.จะจัดการลงประชามติให้ประชาชนชาวบริติชลงคะแนนเสียงในวันที่ 23 มิ.ย. 59 เพื่อร่วมตัดสินใจว่า สอ. จะดำรงสมาชิกภาพ EU ต่อไปหรือไม่

-          การจัดลงประชามติของ สอ.เกี่ยวกับสมาชิกภาพ EU ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรก มีขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1975 ซึ่งเป็นครั้งที่ชาวบริติชลงคะแนนเสียงให้ สอ.เข้าเป็นสมาชิก EU

-          ฝ่ายต่างๆ ใน สอ.ยังแยกเป็น 2 ฝ่าย  (1) ฝ่ายสนับสนุนให้คงอยู่ใน EU (Remain) นำโดย นรม.สอ.    และ (2) ฝ่ายที่สนับสนุนให้ออกจาก EU (Leave/ Brexit) นำโดยนาย Boris Johnson อดีตนายกเทศมนตรี    กรุงลอนดอน (ซึ่งเป็นนักการเมือง สอ. ที่เป็นที่นิยมมาก และเมื่อออกมาสนับสนุนกลุ่ม Brexit ทำให้เป็นที่จับตามองว่า จะดึงฐานเสียงในกรุงลอนดอนได้อย่างมีนัยสำคัญ) 

-          ผลสำรวจล่าสุด (14 มิ.ย 59) (สถิติจาก BBC/YouGov/ORB/ICM) อัตราส่วน Remain: Leave (Brexit)  45: 49  ซึ่งชี้ชัดว่าเกิด ?Clear Shift? ไปสู่การ Vote ให้ สอ. ออกจาก EU (BREXIT) แต่ก็ยังมีกลุ่มที่ไม่ตัดสินใจมากถึงร้อยละ 6  ซึ่งกลุ่มนี้ยังอาจจะเป็น ?swing votes? ได้ในโค้งสุดท้าย ขณะเดียวกันหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า การสำรวจความคิดเห็นในปัจจุบันซึ่งใช้ระบบออนไลน์และโทรศัพท์ อาจคลาดเคลื่อนได้ เนื่องจากอาจตกสำรวจกลุ่มวัยทำงานซึ่งเป็นเสียงสำคัญ เป็นต้น

 

2. ผลกระทบในกรณี Brexit ในภาพรวม

 

2.1 ผลกระทบทางการเมืองต่อ สอ.

-              สอ. นับเป็นมหาอำนาจขนาดกลางที่เป็นตัวแสดงหลักที่สำคัญในเวทีโลก โดยที่มาของอิทธิพล สอ. ในเวที รปท. มาจาก 5 ปัจจัยหลัก (1) พันธมิตรที่ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ (2) การเป็นหนึ่งใน P-5 ใน UNSC (3) การเป็นสมาชิกสำคัญใน EU (4) การมีบทบาทที่โดดเด่นภายใต้ NATO (5) การครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

-       การที่ สอ.ไม่ได้เป็นสมาชิก EU ย่อมลด leverage ของ สอ. ในเวที รปท. ในระดับหนึ่งจากการที่ สอ.ไม่สามารถผลักดันประเด็นต่าง ๆ โดยใช้อิทธิพลที่มีภายใต้กรอบ EU ขณะเดียวกันการที่ สอ.   ออกจาก EU จะกระทบเอกภาพและความศักดิ์สิทธิ์ของ EU ด้วยเช่นกัน

-       อิทธิพลในเวที รปท. ของ สอ. ซึ่งมีปัจจัยประกอบอีก 4 ประการ (นอกจากบทบาทนำใน EU) จะยังทำให้ สอ.สามารถคงอิทธิพลในฐานะ ?ตัวแสดงหลัก? ในเวที รปท. ต่อไปได้

-       หาก สอ. ออกจาก EU คงต้องจับตามองการเมืองภายในของ สอ.ด้วย ว่าจะเกิดความเปราะบางมากน้อยเพียงใด ทั้งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สอ. และเอกภาพของ สอ. (อาทิ จะนำไปสู่การจัดทำประชามติการแยกตัวเป็นเอกราชของสก็อตแลนด์อีกครั้งหรือไม่)

 

          2.2 ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อ สอ.

-       หาก สอ. ออกจาก EU จะกระทบการเข้าถึงตลาดร่วมของ EU ซึ่งเดิม สอ. สามารถเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ และแรงงานโดยเสรี ดังนั้น ในระยะสั้น Brexit ย่อมกระทบความเชื่อมั่นต่อ ศก. สอ. และยุโรป และอาจทำให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินระยะสั้น รวมทั้งการค้าระหว่าง สอ.กับ EU (EU เป็น  คู่ค้าอันดับหนึ่งของ สอ. มูลค่าการค้าคิดเป็น 1 ใน 3 ของการค้า รปท. ทั้งหมด)  

                       1)    สินค้าและบริการระหว่าง สอ. กับประเทศอื่นๆ ในสหภาพยุโรปอาจจะต้องมีภาษีนำเข้าระหว่างกัน

                       2)    สอ. ไม่ได้รับประโยชน์จาก คตล. การค้าเสรีที่ EU มีกับ ปท. และอนุภูมิภาคกว่า 30 คตล.

                       3)    กฎระเบียบของ EU บางระเบียบมีจุดมุ่งหมายเพื่อขจัดอุปสรรคด้านภาษีสำหรับการทำธุรกิจใน EU อาทิ Parent-Subsidiary Directive และ Interest and Royalties Directiveซึ่ง สอ. จะไม่ได้รับประโยชน์จากกฎระเบียบดังกล่าวอีกต่อไป

-       ภายหลัง Brexit อาจเกิดความตื่นตระหนกของนักลงทุนในระยะสั้น รวมทั้งค่าเงินปอนด์และเงินยูโรอ่อนตัวลง รวมทั้งกระทบต่อความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ซึ่งจะทำให้แรงกดดันต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรปโดยรวมเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์จะค่อย ๆ ปรับคืนสู่สภาวะเดิมเมื่อความกังวลผ่อนคลายลง

-       จากข้อมูลศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Economic Intelligence Centre) การเปลี่ยนแปลงด้านการเคลื่อนย้ายแรงงานโดยเสรี รปท. อาจทำให้บริษัทข้ามชาติพิจารณาย้าย สนง. ใหญ่ออกจากกรุงลอนดอน ซึ่งย่อมจะกระทบสถานะของ The City of London ในฐานะศูนย์กลางด้านการงานของยุโรปและโลก โดยหลายบริษัทเริ่มเตรียมแผนฉุกเฉิน (contingency plan) เรื่องการย้ายไปยัง ปท. ภาคพื้นยุโรป เช่น HSBC ระบุว่า อาจย้ายไปกรุงปารีส เป็นต้น 

-       ในระยะยาว ยังไม่สามารถประเมินผลกระทบทาง ศก. ของ Brexit ได้ และยังต้องจับตามองการเจรจาข้อตกลงระหว่าง EU กับ สอ. ภายใต้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน ซึ่งจะมีระยะเวลา  2 ปี  ที่จะเป็น ?rest period? กล่าวคือ ภายหลังประชามติ สอ.จะยังไม่ได้พ้นสภาพสมาชิกภาพ EU ในทันที     แต่จะยังมีเวลาอีก 2 ปีที่ สอ.สามารถเจรจาข้อตกลงกับ EU ถึงรูปแบบการปฏิสัมพันธ์กับ EU ให้แล้วเสร็จก่อน

-       ทางเลือกหนึ่งของรูปแบบ คสพ. EU-สอ. ภายหลัง Brexit ก็อาจเป็นในลักษณะเดียวกับนอร์เวย์ คือมิได้เป็นสมาชิก EU แต่สามารถเข้าถึงตลาดร่วมได้ ภายใต้ข้อตกลง European Economic Area (EEA) เป็นต้น หรือหากการเจรจาข้อตกลงกับ EU ไม่เป็นไปตามที่ สอ.คาดหวัง ก็มีการวิเคราะห์ถึงความเป็น   ไปได้ที่ สอ.จะจัดลงประชามติครั้งที่ 2 เพื่อให้ ปชช. บริติช ทบทวนเรื่องสมาชิกภาพ EU ของ สอ. อีกครั้ง

 

3. นัยยะและผลกระทบของ Brexit ต่อไทย     

 

          3.1 มิติการเมืองและ คสพ. ทวิภาคี

3.1.1 ภาพรวม คสพ .ไทย-สอ.

-       ไทยและ สอ. มีประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด ตั้งอยู่บนพื้นฐานค่านิยมร่วม โดยเฉพาะการเคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์  ปัจจุบัน ความร่วมมือมีความแน่นแฟ้น และหยั่งรากลึกในทุกระดับและเกือบทุกมิติ ทั้งสองฝ่ายมีสถานะความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างกัน โดยมีกลไกการประชุมหารือเชิงยุทธศาสตร์ไทย - สอ. (Thailand - UK Strategic Dialogue) เป็นกลไกกำกับ และขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่าง   สองฝ่ายในสาขาต่าง ๆ

-       คสพ. ไทย - สอ. ในมิติของการติดต่อระดับสูง  ถูกชะลอตั้งแต่ปี 57  ในบริบทที่ EU มีมาตรการจำกัดการเยือนของบุคคลระดับ รมต.ของไทย แต่ในระดับเจ้าหน้าที่อาวุโสของฝ่ายไทยและ สอ. ยังมีปฏิสัมพันธ์อยู่ นอกจากนั้น สอ.เริ่มผ่อนปรนมาตรการ EU ในกรณีการพบหารือทวิภาคีระหว่างการประชุมพหุภาคี ล่าสุด กต.สอ.เป็นเจ้าภาพจัดการหารือเชิงยุทธศาสตร์ไทย-สอ. ครั้งที่ 2 ที่กรุงลอนดอน  เมื่อวันที่ 22 มี.ค. 59 (ระดับ ป.กต. สองฝ่าย) และการเยือนไทยของนาย Mark Garnier ผู้แทนพิเศษของ นรม.สอ. ด้านการค้า เมื่อเดือน เม.ย. 59

3.1.2 ผลกระทบกรณี Brexit

-       ภาพรวม คสพ.ทวิภาคีไทย-สอ. จะไม่ถูกกระทบจาก Brexit เพราะไทยกับ สอ.มี คสพ.ที่ใกล้ชิดและเก่าแก่ โดยมีการปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันมากว่า 4 ศตวรรษแล้ว และความร่วมมือทวิภาคีในปัจจุบัน ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมอย่างแท้จริง

-       สำหรับกรณีมาตรการ EU ต่อสถานการณ์การเมืองไทย ในกรณี Brexit ก็ไม่น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เพราะแม้ สอ.จะเป็นสมาชิกที่ผลักดันเรื่อง ปชต. ใน ปทท. อย่างแข็งขัน     แต่ท่าทีร่วมของ EU ยังคงต้องการเห็นสัญญาณเชิงบวกจากไทยบางประการก่อนที่จะทบทวนมาตรการต่อไทย

-       ในส่วนของกระทรวงฯ มีการติดตามพัฒนาการเรื่องการจัดทำประชามติของ สอ. ในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยในระดับ กต. ไทยกับ สอ. มีกลไกการหารือระดับสูงระหว่าง กต.สองฝ่าย ในกรอบการหารือ   เชิงยุทธศาสตร์ไทย-สอ. (Thailand-UK Strategic Dialogue) ซึ่งในการหารือครั้งล่าสุด เมื่อเดือน มี.ค. 59 ที่  กรุงลอนดอน ที่ประชุมฯ ได้หารือถึงการจัดทำประชามติของ สอ. ด้วย ซึ่งปลัด กต.สอ.ย้ำถึงนโยบาย รบ.สอ.     ที่ต้องการจะคงให้ สอ.อยู่ใน EU ต่อไป เพื่อเอกภาพของ EU และผลประโยชน์ทาง ศก. ของ สอ.เอง แต่หากผลประชามตินำไปสู่ Brexit  สอ.ยังมีเวลาอีก 2 ปี เพื่อเจรจาข้อตกลงกับ EU ซึ่งจะสามารถช่วยบรรเทาผลกระทบ หรือวาง platform ระหว่าง สอ.กับ EU ต่อไปได้

-       การจัดทำประชามติเรื่องสมาชิกภาพ EU ของ สอ. น่าจะมีมิติที่เป็นข้อคิดสำหรับไทยซึ่งจะจัดทำประชามติเรื่องการรับรองร่าง รธน. ในเดือน ส.ค. ศกนี้เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องบทบาทของ รบ. และสื่อมวลชน สอ.ในการให้ความรู้สาธารณชน รวมทั้งการวิพากษ์ประเด็นที่จะทำประชามติในทุกมิติอย่างครอบคลุมก่อนวันลงประชามติ นอกจากนั้น Brexit อาจเป็นตัวอย่างของการแสดงพลังของ ปชช.ต่ออำนาจรัฐโดยตรงไปยังประเทศยุโรปอื่น ๆ ท่ามกลางกระแสความไม่พอใจต่อนโยบายและการบริหารจัดการของรัฐต่อปัญหาเศรษฐกิจ ผู้อพยพและการก่อการร้าย เป็นต้น

 

            3.2 มิติด้านเศรษฐกิจ

3.2.1 คสพ.เศรษฐกิจไทย-สอ.

-       สอ. เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทยในยุโรป โดยเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทยใน EU มูลค่าการค้า 6,373.32 ล้าน USD (อันดับ 19 จากทั่วโลก) ในด้านการลงทุน ในปี 2558 สอ. เป็นนักลงทุนรายสำคัญอันดับ 3 ของไทยในกลุ่ม EU โดยมีโครงการลงทุน 30 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 697 ล้านบาท ขณะที่ ไทยลงทุนใน สอ. (ปี 2553-2558) รวม 4,474.8 ล้าน USD (157,780 ล้านบาท)

3.2.2 ผลกระทบในมิติเศรษฐกิจกรณี Brexit

-            ผลกระทบต่อไทยในด้านเศรษฐกิจถูกจับตามองมากที่สุด เพราะหาก สอ.ออกจาก EU ก็อาจมีผลกระทบกฎระเบียบด้านการค้าการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับภาคเอกชนไทย ทั้งที่ส่งออกไปยัง สอ.หรือลงทุนใน สอ.ซึ่งมีจำนวนมาก

-            ในส่วนที่ไทยจะรู้สึกถึง ripple effects ของ Brexit มากที่สุด น่าจะเป็นความตื่นตระหนกของภาคธุรกิจในระยะสั้น เนื่องจากภาคเอกชนไทยมีการลงทุนใน สอ. (ปี 2553-2558) มูลค่ารวม 4,474.8ล้านดอลลาร์สหรัฐ (157,780 ล้านบาท) ซึ่งหากเกิดความผันผวนใน ศก. สอ.และยุโรปจากความไม่แน่นอนหลัง Brexit ในระยะสั้น ย่อมกระทบความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยที่ลงทุนใน สอ.แล้ว  หรืออยู่ระหว่างพิจารณาลงทุนใน สอ. ซึ่งอาจชะลอการตัดสินใจลงทุน โดยในขณะนี้ ซึ่งผลสำรวจชี้ว่า สอ.อาจจะออกจาก EU ทำให้เกิดกระแสความไม่มั่นใจ (uncertainty) ซึ่งกระทบเศรษฐกิจประเทศ EU บ้างแล้วเล็กน้อย

-            ในระยะสั้น ภาคส่งออกของไทยจะไม่กระทบมากนัก แต่ภาคธุรกิจไทยที่ลงทุนใน สอ.อาจรู้สึกถึงความความผันผวนหรือความตื่นตระหนกในระยะสั้นของ ศก. สอ.และยุโรป ภายหลัง Brexit เช่นเดียวกับภาคธุรกิจ ตปท. อื่นๆ ที่อยู่ใน สอ. ซึ่งอาจทำให้ในระยะสั้นถึงกลาง นักลงทุนไทยอาจชะลอแผน   การลงทุนใน สอ. เนื่องจากรอติดตามการเจรจาข้อตกลงระหว่าง EU-UK เพื่อประเมินสถานการณ์ต่อไป

-            ศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Economic Intelligence Centre) ระบุว่าผลกระทบต่อค่าเงินบาทและการส่งออกของไทยจะมีจำกัด มูลค่าการส่งออกจากไทยไป สอ.อยู่ที่ประมาณร้อยละ 2 ของการส่งออกทั้งหมด ดังนั้น ในระยะสั้นผลต่อการค้ายังมีจำกัด ผลกระทบต่อค่าเงินบาทต่อเงินดอลลาร์สหรัฐ ก็ไม่มากเช่นกัน

 

-            อย่างไรก็ตาม คงต้องติดตามว่า Brexit จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของ สอ.และยุโรปในระยะกลางและยาวมากน้อยเพียงใด โดยหากเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุโรป ก็ย่อมกระทบต่อภาค  ส่งออกของไทยในอนาคต (การส่งออกของไทยไปยุโรป ประมาณร้อยละ 12 ของการส่งออกทั้งหมด)

 

            3.3 มิติด้านความตกลงระหว่างไทยกับ EU

          ความตกลงเขตการค้าเสรีไทย-EU (Thai-EU FTA)

-       ไทยและ EU ได้เริ่มเจรจา คตล. การค้าเสรีระหว่างกัน ตั้งแต่เดือน พ.ค. 56 
โดยได้มีการเจรจาไปแล้ว 4 รอบ ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ? 10 เม.ย. 57 ที่กรุงบรัสเซลส์ อย่างไรก็ดี การเจรจาถูกชะลอไว้สืบเนื่องจากมาตรการ
EU ต่อสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งในเรื่องนี้ สอ. มีท่าทีชัดเจนว่า ประสงค์จะช่วยผลักดันให้ EU กลับมาเจรจา FTA ระดับเทคนิคต่อไป เนื่องจากต้องการผลประโยชน์ร่วมที่จะได้รับภายใต้ คตล.ดังกล่าวด้วย

     ผลกระทบต่อ Thai-EU FTA ในกรณีที่ สอ.ออกจาก EU

-       การเจรจา Thai-EU FTA แม้จะถูกชะลอไว้ สืบเนื่องจากมาตรการ EU แต่ก็มีความเคลื่อนไหวของ Key Player ใน EU เช่น สอ. ที่ต้องการผลักดันให้มีการเจรจารอบเทคนิคไปพลาง เพื่อมิให้เสียเวลา เนื่องจาก Thai-EU FTA เป็นผลประโยชน์ร่วมของไทยและประเทศ EU

-       การเสนอจัดทำ คตล. FTA ในระดับทวิภาคีระหว่างไทยกับ สอ. (Thai-UK FTA) ยังไม่มีความชัดเจนในชั้นนี้ เนื่องจากเป็นประเด็นที่ไทยและ สอ. ยังไม่เคยหารือกันในระดับทวิภาคี ทั้งนี้ หาก สอ.  ออกจาก EU ก็ต้องทยอยจัดทำ คตล.ทวิภาคีในหลายมิติกับประเทศต่าง ๆ ซึ่งจะกินเวลามาก การจัดทำ คตล. FTA ระหว่างไทยกับ สอ. ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาในระยะยาว และอาจมีอุปสรรคในการบรรลุ คตล.โดยเฉพาะประเด็นที่ สอ.ต้องการผลักดันแต่เป็นสาขาละเอียดอ่อนสำหรับไทย เช่น ธุรกิจเวชภัณฑ์และ แอลกอฮอล์

         

*********************

กองยุโรปตะวันตก กรมยุโรป (15 มิ.ย. 59)